แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ Chan Ken
Reading Comprehension (แนวข้อสอบการอ่านเนื้อเรื่อง)
Directions: Read the following passages and choose the best answer for each question. (ค าสั่ง : อ่านเนื้อเรื่อองต่อไปนี้ แล้วเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุด)
Passage 1: African Elephant
The African elephant is the largest land animal in the world. It measures 4 metres tall and weighs up to 6 tons. It is strictly a herbivore. It has two main enemies-the farmer and the poacher. Poachers hunt the African elephants for their expensive tusks. The African elephants often encroachinto farmlands in search of food. Farmers kill the adult elephants when efforts to drive them awayfail. Baby elephants, on the other hand, and captured and sent to zoos and circuses.
ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มันสูง 4 เมตร หนักถึง 6 ตัน และเป็นสัตว์กินพืชเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว ช้างมีศัตรูหลัก ๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ชาวสวนและนายพราน นายพรานล่าช้างแอฟริกาเพื่อเอางาที่มีราคาแพง ช้างแอฟริกามันลุกล้ าพื้นที่สวนเพื่อเข้าไปหาอาหาร ชาวสวนจึงฆ่าช้างโตเต็มวัย (Adult Elephant) เมื่อไม่สามารถขับไล่ช้าง แต่ส าหรับลูกช้างก็จะถูกจับและส่งตัวให้กับสวนสัตว์และคณะละครสัตว์
ถาม เกี่ยวกับช้างแอฟริกาข้อไหนที่ไม่ได้กล่าวถึงในเรื่อง ?
ตอบ: 1. Its dislikes
ตัวเลือกที่ไม่ได้พูดถึงคือ ความไม่ชอบของช้าง
ถาม ค าว่า “นายพราน” อ้างอิงถึง .
ตอบ: 2. hunters
poachers = hunters (นายพราน)
ถาม ข้อไหนถูกต้องตามเนื้อเรื่อง ?
ตอบ: 3. The largest land animal weighs up to 6 tons
ถาม ชาวสวนฆ่าช้างโตเต็มวัย เพราะ .
ตอบ: 3. the elephants invade their farmlands
ช้างลุกล้ าเข้าไปในพื้นที่สวนของพวกเขา
ถาม ตามเนื้อเรื่อง, ศัตรูของช้างแอฟริกา หมายถึง คนที่ .
ตอบ: 4. kill it
ถาม ค าว่า “จับ” มีความหมายใกล้เคียงกับ .
ตอบ: 1. caught
capture = catch (V2 = caught) จับ
| คำศัพท์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| poachers | นายพราน | Poachers hunt elephants for their tusks. |
| captured | จับ | Baby elephants are captured. |
Passage 2
The idea of “law” exists in every culture. All societies have some kind of law to keep order and control the interactions of people with those around them. The laws of any culture tell people three things: what they can do (their rights), what they must do (their duties), and what they may do (illegal actions). In addition, there are usually specific types of punishment for those who break the law
แนวคิดในเรื่อง “กฎ” มีปรากฏอยู่ในทุก ๆ วัฒนธรรม สังคมทั้งหลายจะต้องมีกฎบางอย่างเพื่อจัดระเบียบและควบคุมการมีปฏิกิริยาต่อกันของผู้คน กฎของแต่ละวัฒนธรรมจะบอกกับผู้คนอยู่ 3 สิ่ง คือ อะไรคือสิ่งที่พวกเขาสามารถท าได้ (สิทธิของพวกเขา), อะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องท า (หน้าที่ของพวกเขา), และอะไรคือสิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่ท า (การกระท าที่ผิดกฎหมาย) นอกจากนั้นตามปกติแล้วยังมีรูปแบบเฉพาะของการลงโทษส าหรับผู้ที่ละเมิดกฎอีกด้วย
Based on the above text, check which statement is true or false.
(1) true (2) false
ถาม ทุก ๆ วัฒนธรรมจะมีแนวคิดในเรื่องกฎ
ตอบ: 1 (ถูกต้อง)
(1) true (2) false
ถาม บางสังคมเท่านั้นที่มีกฎเพื่อจัดระเบียบและควบคุมผู้คนของพวกเขา
ตอบ: 2 (ผิด)
(1) true (2) false
ถาม กฎจะบอกผู้คนเกี่ยวกับสิทธิของพวกเขา หน้าที่ของพวกเขา และการกระท าที่ผิดกฎหมาย
ตอบ: 1 (ถูกต้อง)
(1) true (2) false
ถาม การกระท าที่ถูกกฎหมายเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถท าได้
ตอบ: 1 (ถูกต้อง)
(1) true (2) false
ถาม ไม่มีการลงโทษส าหรับผู้คนที่ละเมิดกฎ
ตอบ: 2 (ผิด)
Conversation (การสนทนา)
Choose the best answer to complete the dialogues.
เลือกค าตอบที่ดีที่สุดในบทสนทนา
Conversation 1: Two roommates are trying to decide what to have for dinner.
Pat : I’m too tried to cook. ............... (12) ............... ?
Linda : That would be nice. ............... (13) ............... ?
Pat : Let’s go the Chinese restaurant againg. I like the food there.
Linda : But we just went there last week. ............... (14) ............... .
Pat : The Thai restaurant? You mean the one opposite the Chinese restaurant?
Linda : .............(15) ............... . I think the food at the Chines restaurant is rather only................
(16) ............... . Besid, the Thai food at that place is very delicious.
Pat : ............... (17) ............... ? Have you ever eaten there before?
Linda : Yes. A Thai friend took me to lunch there last month.
Pat : OK. Let’s go there, then.
บทสนทนา 1 : เพื่อนร่วมห้องสองคน แพทและลินดาก าลังพยายามตัดสินใจว่าจะไปทานข้าวเย็นที่ไหนดี
ตอบ: 2. Let’s eat out tonight, okay
ค าอธิบาย บทสนทนาเริ่มด้วย แพท : “ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะท ากับข้าว...?
แพทเริ่มต้นพูดว่าเหนื่อยเกินกว่าจะท ากับข้าว ดังนั้นจึงน่าจะเอ่ยชวนไปทานอาหารเย็นนอกบ้าน ข้อ 2. คืนนี้ไปทานข้าวนอกบ้านดีกว่าไหม ข้อนี้ถูกต้อง ส่วนข้ออื่น ๆ ไม่เข้ากับค าพูดของแพทก่อนหน้า
ตอบ: 1. Where would you like to go
ค าอธิบาย ลินดา : “ก็ดีเหมือนกัน....?
แพท : “ไปที่ร้านอาหารจีนกันอีกดีกว่า ฉันชอบอาหารที่นั่น”
ดูจากค าตอบของแพทที่ชวนไปร้านอาหารจีน ลินดาจึงน่าจะถามว่าไปไหนดี
ข้อ 1. “คุณอยากไปไหนล่ะ” จึงถูกต้อง ส่วนข้ออื่นๆ ไม่เข้ากับบทสนทนา
ตอบ: 3. I’d rather go to the Thai restaurant instead
ค าอธิบาย ลินดา : แต่เราเพิ่งไปที่ร้านนั้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว .........
แพท : ร้านอาหารไทยร้านนั้นนะเหรอ
คุณหมายถึงร้านที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารจีนนะเหรอ ค าตอบที่แพทถามว่า
ร้านอาหารไทยร้านนั้นนะหรือ แสดงว่า ลินดาต้องพูดว่าอยากไปร้านอาหารไทย
ข้อ 3. จึงถูกต้อง
ตอบ: 1. That’s right
ค าอธิบาย ลินดา : ...... ฉันคิดว่าอาหารที่อยู่ตรงข้ามกับอาหารจีนค่อนข้างจะมันไปหน่อย จาก
การที่แพทถามย้ าว่าใช่ร้านอาหารที่อยู่ตรงข้ามร้านอาหารจีนหรือเปล่า ลินดาจึงควร
ตอบว่า “ใช่แล้ว” ข้อ 1. จึงถูกต้อง That’s right = “ถูกต้องแล้ว”
ตอบ: 2. I prefer Thai food to Chinese
ค าอธิบาย ลินดา : ..... นอกจากนั้น อาหารไทยที่นั่นก็อร่อยมาก จากข้อมูลข้างหลังที่พูดถึง
อาหารไทยที่ร้านนั้นอร่อยมาก ลินดาจึงน่าจะพูดที่เกี่ยวกับอาหารไทย ดังนั้น ข้อ 2.
จึงถูกต้อง ข้อ 2. “ฉันชอบอาหารไทยมากกว่าอาหารจีน” ส่วนข้ออื่น ๆ ไม่เกี่ยวกับ
อาหารไทย
ตอบ: 4. How do you know
ค าอธิบาย แพท : .....? คุณเคยทานที่นั่นมาก่อนหรือ
ลินดา : ใช่ เพื่อนคนไทยพาฉันไปทานอาหารกลางวันที่นั่นเมื่อเดือนที่แล้ว
แพท : งั้นไปที่นั่นกันเถอะ
แพทถามตามว่าคุณเคยไปที่นั่นแล้วหรือ แพทจึงน่าจะถามว่า “รู้ได้ไง” ข้อ 4. จึง
ถูกต้อง
Conversation 2: Andy bought a shirt from a department store. When he got home, he foung and ink spot on the collar, so he goes back to the store to return it.
Salesperson : Good afternoon, Sir. ............... (18) ...............?
Andy : Yes, I’d like to get a return for this sh
บทสนทนา
บทสนทนา 1
Salesperson : ............... (19) ..............., sir, bacause it was on sale.
Andy : Then can I talk to the manager?
Salesperson : I’m sorry he’s not in right now. Er ............... (20) ..............., sir?
Andy : Thereqs an ink spot on the collar.
Salesperson : ............... (21) ............... .
Andy : Can’t I get a refung?
Salesperson : ............... (22) ..............., sir. We can only exchange it for you.
Andy : All right, then. Thank you.
เรื่อง: แอนดี้ซื้อเสื้อเชิร์ตจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อเขากลับไปถึงบ้าน เขาพบรอยหมึกบนปกเสื้อ ดังนั้นเขาจึงกลับไปที่ร้านเพื่อขอเปลี่ยนตัวใหม่
แนวข้อสอบ
ตอบข้อ 2. Can I help you?
คำอธิบาย: บทสนทนาเริ่มด้วย พนักงานขาย : “สวัสดีครับ .....?” แอนดี้ : “ใช่ ผมอยากได้เงินคืน (refund) สำหรับเสื้อเชิร์ตตัวนี้” เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านพนักงานขายมักจะถามว่า “Can I help you?” หรือ “May I help You?” ซึ่งความหมายว่า “จะให้ช่วยอะไรไหมครับ/ค่ะ” และลูกค้ามักจะตอบว่า “ใช่” ตามด้วยความต้องการของลูกค้า ข้อ 2. จึงถูกต้อง
ตอบข้อ 4. I’m afraid you can’t
คำอธิบาย: พนักงานขาย : ...... เพราะเสื้อตัวนี้ลดราคาอยู่ครับ แอนดี้ : งั้นขอพูดกับผู้จัดการหน่อยได้ไหม จากเหตุผลที่พนักงานขายบอกว่าเสื้อตัวนี้ลดราคา และแอนดี้ขอพบผู้จัดการแสดงว่า พนักงานขายต้องบอกว่า ทำอะไรบางอย่างไม่ได้ ข้อ 4. จึงถูกต้อง “เกรงว่าคุณจะทำไม่ได้ครับ” คำว่า “I’m afraid” จะใช้เกริ่นก่อนที่จะบอกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผู้ฟังอาจจะไม่พอใจหรือผิดหวัง
ตอบข้อ 1. what’s the problem
คำอธิบาย: พนักงานขาย : “ต้องขอโทษครับ ผู้จัดการไม่อยู่ครับ เอ้อ .......?” แอนดี้ : “มีรอยหมึกอยู่บนปกเสื้อตัวนี้” จากคำตอบของแอนดี้ที่ว่า “มีรอยหมึกที่ปก” แสดงว่าพนักงานขายน่าจะถามว่ามีปัญหาอะไร ข้อ 1. ถูกต้อง
ตอบข้อ 4. In that case, we can get you a new one
คำอธิบาย: พนักงานขาย : ......................... แอนดี้ : ขอเงินคืนไม่ได้หรือ พนักงานขาย : ......... เราให้เปลี่ยนได้เท่านั้นครับ แอนดี้ : งั้นก็ตกลง ขอบคุณ จากคำพูดต่อมาที่พนักงานขายบอกกับแอนดี้ว่าเปลี่ยนได้เท่านั้น ในข้อนี้พนักงานขายจึงน่าจะเสนอวิธีการแก้ปัญหาด้วยการจะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ ข้อ 4. จึงถูกต้อง
ตอบข้อ 1. I don’t think that’s possible
คำอธิบาย: จากบทสนทนาที่พนักงานขายเสนอที่จะเปลี่ยนได้ และแอนดี้ขอคืนเงิน ต่อมา พนักงานขายบอกว่า เปลี่ยนได้เท่านั้น พนักงานน่าจะพูดว่าคืนเงินไม่ได้ ข้อ 1. จึงถูกต้อง
บทสนทนา 2
Salesman : Good morning, sir. Can I help you?
Customer : Yes, I’d like to return this blouse I bought here the other day.
Salesman : ............... (23) ..............., sir?
Customer : Not really. I bought this blouse for my daughter, but she has.
Already had one. I’d like a refund.
Salesman : Oh, I’m afraid we don’t have a refund policy. Would you like to look for
Another style or color for her, sir?
Cutstomer : Mmmm. ............... (24) ............... . I’m afraid I might not be able to choose
something that would fit her ............... (25) ...............?
Salesman : Actually, if you have a receipt with you, you can exchange the blouse for
anything you like in any department, say .......... you can get a shirt for yourself,
...............(26) ............... that its price is not more than the price of this blouse.
Customer : Oh great ............... (27) ............... . Thank you.
เรื่อง: เป็นบทสนทนาระหว่างลูกค้ากับพนักงานขาย ลูกค้าต้องการนำเสื้อมาคืนแต่พนักงานขายบอกว่าคืนเงินให้ไม่ได้ แต่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน
แนวข้อสอบ
ตอบข้อ 3. Was there a problem with it
คำอธิบาย: พนักงานขาย : “สวัสดีครับท่าน จะให้ช่วยอะไรไหมครับ” ลูกค้า : “ใช่ ผมอยากคืนเสื้อที่ซื้อจากที่นี่ไปเมื่อวันก่อน” พนักงาน : “....................ครับ” ลูกค้า : “ก็ไม่เชิงนักหรอก (not really) ผมจะซื้อเสื้อตัวนี้ให้กับลูกสาวผม แต่เธอมีอยู่แล้ว ผลเลยอยากได้เงินคืน (a refund)” ดูจากบทสนทนา พนักงานขายน่าจะถามว่า เสื้อที่ซื้อไปเป็นอะไรจึงจะนำมาคืนและ จากคำตอบของลูกค้าว่า “ไม่เชิงนักหรอก” แล้วตามด้วยเหตุผลของการมาคืน ข้อ 3. “มีปัญหาอะไรกับเสื้อตัวนี้หรือเปล่าครับ” ถูกต้อง
ตอบข้อ 4. I don’t think so
คำอธิบาย: พนักงานขาย : “ผมเกรงว่า (I’m afraid) เราไม่มีนโยบายคืนเงินครับท่าน ท่านจะลองหาแบบอื่นหรือสีอื่นให้กับเธอไหมครับ” ลูกค้า : เออ ...... ผมเกรงว่า ผมอาจจะไม่สามารถที่จะเลือกอะไรที่เหมาะกับเธอ ดูจากประโยคหลังที่บอกว่า อาจจะเลือกเสื้อได้ไม่ถูกใจลูกสาว ลูกค้าจึงน่าจะพูดว่า ไม่อยากเลือกแบบอื่น เพราะกลัวจะไม่ถูกใจ ข้อ 4. “ I don’t think so” = คงจะไม่ล่ะ
ตอบข้อ 3. What would you suggest me to de
คำอธิบาย: ลูกค้า : เออ คงจะไม่ล่ะ ผมเกรงว่า ผมอาจไม่สามารถที่จะเลือกอะไรที่เหมาะกับเธอ........... พนักงานขาย : “จริง ๆ แล้ว ถ้าท่านมีใบเสร็จ (receipt) ท่านสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวนี้กับอะไรในแผนกไหนก็ได้ที่ท่านชอบ .....” จากบทสนทนาเมื่อลูกค้าบอกว่าไม่อยากเปลี่ยนอะไรให้กับลูกสาวแล้ว ลูกค้าน่าจะถามว่า แล้วจะแนะนำให้ทำอย่างไร และดูจากคำตอบของพนักงานขายก็ให้คำแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ข้อ 3.คุณจะแนะนำให้ผมทำอย่างไร
ตอบข้อ 2. but please make sure
คำอธิบาย: พนักงานขาย : “.......ท่านอาจจะเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิร์ตของท่านเอง ....... ว่าราคานั้นต้องไม่เกินราคาของเสื้อผ้าที่นำมาเปลี่ยน” ดูจากบทสนทนาพนักงานขายน่าจะเตือนว่าต้องแน่ใจว่า ราคาไม่เกินเสื้อตัวที่มาเปลี่ยน ข้อ 2. “แต่ต้องแน่ใจ (make sure)” ถูกต้อง
ตอบข้อ 1. I’ll have a look
คำอธิบาย: ลูกค้า : “เยี่ยมเลย ........ ขอบคุณ” จากบทสนทนา แสดงว่าลูกค้าพอใจกับคำแนะนำของพนักงานขาย ข้อ 1. “งั้นผมจะไปดู (have a look)” ถูกต้อง
Grammar
แบบที่ 1 แบบตัวเลือก
Direction: Choose the best answer
a. that b. so
c. than d. when
Answer c. เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner .... Than” ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner .......” จึงต้องใช้ “than” คำตอบจึงเป็นข้อ c. เท่านั้น
Rule: No sooner...than ใช้เพื่อแสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นทันทีหลังจากอีกเหตุการณ์หนึ่ง
ตัวอย่างประโยค: No sooner had I arrived home than it started to rain.
“................ do I.”
a. Also b. Either
c. Both d. Nor
Answer d. การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น Nor do I. หรือ Nor do I. หรือ Neither did he. ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d.
Rule: Nor/Neither + auxiliary verb + subject ใช้เพื่อแสดงความเห็นพ้องในเชิงปฏิเสธ
ตัวอย่างประโยค: I haven't been to Paris, nor has my sister.
a. are b. is
c. they are d. she is
Answer b. การใช้ “Either” เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun) หรือคำสรรพนาม (Pronoun) ที่จะเป็นประธาน (Subject) จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก Grammar เรื่อง Agreement of Subject and Verb) ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ b.
Rule: Either of + plural noun/pronoun ใช้กับ verb เอกพจน์
ตัวอย่างประโยค: Either of the books is acceptable for the assignment.
a. We all wait b. We all waited
c. We’ve all waited d. We’ re all waiting
Answer d. การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense ที่จะได้ใช้เป็น Present Continuous Tense เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก Tense เรื่อง Present Continuous Tense) คำตอบจึงเป็นข้อ d.
Rule: Present Continuous Tense ใช้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ตัวอย่างประโยค: Look! It's raining.
a. liking b. like
c. to like d. that likes
Answer a. เราใช้กริยา “can’t help” เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า “อดไม่ได้ที่จะ” ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ (transitive Verb) ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ V.ing ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
Rule: Can't help + V-ing หมายถึง อดไม่ได้ที่จะ...
ตัวอย่างประโยค: I can't help laughing when he tells jokes.
แบบที่ 2 เลือกข้อผิด
Direction: Choose the one that is not correct in English.
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ - เฉลยโดยละเอียด Chan Ken
ข้อ 33
a. b. c.
d.
Answer b. เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ “a couple” ซึ่งหมายถึง “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย “needs” จะต้องไม่เติม “s” นั่นคือข้อ “b” แก้เป็น “need”
ข้อ 34
a. b. c. d.
Answer a. ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้ (K2) และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำ เราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น Participial phrase คือ “Having studied” ทำให้ข้อ a. ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
ข้อ 35
a. b. c. d.
Answer b. ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause หลัง เราจึงควรใช้ “but” แทนคำว่า “so” ในข้อ b.
ข้อ 36
a. b. c. d.
Answer b. เราทราบใน clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น Passive Voice เพราประธาน “it” จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b. เป็น “is concerned with”
ข้อ 37
a b. c. d.
Answer d. เราใช้ “the ones” กับ “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones” จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้นและเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ d. โดยแท้เป็น “the others”
แบบที่ 3 แบบถอดความหรือความเข้าใจประโยค
Direction : Choose the best paragraph of the given statement.
ข้อ 38
a. We are not surprised when she returned.
b. We knew she had returned but were still surprised.
c. Her return did surprise us a little.
d. We were did surprised when we heard she had returned.
Answer d. เราทราบว่า “little” จะให้ความหมายเป็นปฏิเสธ (Negative meaning) และขณะเดียวกันในประโยคนี้ก็มีคำว่า “no” อยู่แล้ว จึงทำให้เกิดความหมายของปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ จึงได้ออกมาเป็นบอกเล่า (Positive statement) เราจึงรู้ว่าจะไม่เลือกข้อ a. เพราะเป็นปฏิเสธ เราทราบว่า “little” จะต้องตรงข้ามกับความหมายที่แปลว่า “มาก” เพราะ “little” แปลว่า “น้อยมาก ๆ” ดังนั้น “no little” จึงได้ความหมายว่า “มากๆ” ที่คำว่า “greatly” ในข้อ d. นั่นเอง
ข้อ 39
a. Some foreigners love to eat Thai food when it is very hot.
b. Some foreigners look for a good place to eat hot Thai food.
c. Some foreigners cannot eat Thai food because it is very hot.
d. Some foreigners cannot eat Thai food when it is served hot.
Answer c. ความหมายของ “too .... to” หมายถึง “มากเกินไปที่จะ” ซึ่งให้ความหมายเป็นปฏิเสธจะเห็นข้อ a. และข้อ b. เป็นบอกเล่าจึงไม่เลือก ส่วนข้อ d. จะมีคำที่เกินความหมายของโจทย์ที่คำว่า “served” จึงไม่ควรเลือก ดังนั้น ข้อที่ถูกจึงเป็นข้อ c.
ข้อ 40
a. I don’t know how the air is polluted.
b. I don’t believe that polluted air exists here.
c. I can’t believe that polluted air exists here.
d. I’ m very surprised that the air is so polluted.
Answer d. ความหมายในข้อ a. คือ “ฉันไม่รู้.....” จะไม่ตรงกับโจทย์ที่พูดว่า “ฉันไม่เชื่อ...”จึงไม่เลือกข้อ a. และความหมายของ can’t จะไม่เหมือนกับ don’t ในข้อ b. ส่วนข้อ c. จะมีคำที่ให้ความหมายเกินมาคือ “exists here” จึงผิด ตัวเลือกจึงเป็นข้อ d เพราะ “can’t belive จะเหมือนกับ very surprised”
ข้อ 41
This means that John .......
a. is practical and sensible. b. is a very devoted farmer.
c. never has good ideas. d. is rough and dirty.
Answer a. เราอาจจะทบทวนความหมายของคำว่า “down-to-earth” คือ “ลงมาสู่พิ้นดิน หรือหมายถึงเป็นคนที่ใจเย็น ใจอ่อน” จึงทำให้ความหมายจะไปในทางที่ดี ซึ่งตัวเลือก c และ d ต้องตัดทิ้งไป เพราะความหมายเป็นลบ ส่วนข้อ b ก็ให้ความหมายดี แต่ไม่ตรงกับโจทย์ เพราะคำว่า devote จะหมายถึง อุทิศ จึงเลือกข้อ a. ซึ่งหมายถึงคนที่เป็นคนเข้าใจคนอื่นที่มีความเห็นอกเห็นใจ และเป็นผู้มีอารมณ์อ่อนไหว ชอบช่วยเหลือคนอื่นนั่นเอง (สำหรับคำว่า considerate จะหมายถึง เห็นอกเห็นใจหรือนึกถึงคนอื่น)
ข้อ 42
a. His job was very dangerous.
b. His job might be fairly dangerous.
c. His job seems to have been quite dangerous.
d. His job can look rather dangerous.
Answer b. ความหมายของ “as if” คือ “ราวกับว่า” ย่อมหมายถึงการไม่เป็นจริง (unreal) ดังนั้นข้อมูลที่ได้จะตรงข้ามกัน ซึ่งในที่นี้จะเห็นว่า “งานของนั้นยังจะไม่ถึงอันตรายนัก” คือ ความหมายต้องตรงกันข้ามกับโจทย์ ซึ่งตัวเลือกที่เข้าลักษณะนี้จะเป็นเพียงข้อ b. เท่านั้น เพราะ “might หมายถึง อาจจะ” จึงแปลว่า “ยังไม่เป็นอย่างนั้นอย่างนี้” ดังที่โจทย์เป็นอยู่ จึงเลือกข้อ b.
แบบที่ 4 แบบเติมคำศัพท์
Direction : Complete the following passage with the given words.
Passage 1
Blood has been called “the river of life” It could also be called “the living river” About
ข้อ 43
The heart pumps blood through the body. Blood flows from the heart to the lung, where it 47. a waste products, the gas carbon dioxide, that it 48. from the body. This gas is greeted out and, 49,. The blood picks up fresh oxygen. Blood then returns to the heart, which pumps it through the arteries to 50., Along the way, the blood delivers oxygen to all the cells of the body and collects combos dioxide from the cells. The blood returns of the heart 51. The veins. The whole 52. is repeated.
c. the half total amount of d. the half total number of
Answer a. คำว่า “ครึ่งหนึ่ง” (half) เรามักจะไม่ใช้ article “the” และคำนามที่นับไม่ได้จะต้องใช้ “amount of” ไม่ใช่ “number of” ที่ใช้กับคำนามที่นับได้ ทำให้ตัวเลือกจะเป็นข้อ a. ซึ่งเราจะแปลว่า “ประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกายของคน....”
ข้อ 44
c. lively d. live
Answer b. เราใช้ Non-Finite Verb ประเภท Participle คือใช้เป็น adjective เพื่อขยายคำนามในที่นี้ “cells” จะมีคำมาขยาย จึงใช้รูปของ Participle เพื่อบอกว่าหน้าที่ของ cells จะเป็นลักษณะที่มีชีวิตคือไม่ใช่ cells ที่ถูกทำให้ตายไปแล้ว ทำให้ Participle ที่ใช้ขยาย cells จึงต้องเป็น Present Participle หรือ รูป V.ing นั่นเอง ตัวเลือกจึงเป็นข้อ b.
ข้อ 45
c. carry off d. carry on
Answer c. การใช้กริยาที่เป็นสำนวนในที่นี้จะต้องใช้กริยาที่แปลว่า “นำออกมา, ฆ่า” ในข้อ c. จึงได้ให้ความหมายที่ถูกต้อง เพราะคำอื่น เช่น carry out หมายถึง ดำเนินการหรือสำเร็จ และ carry on หมายถึง ดำเนินต่อไปก็จะไม่ได้ความหมายตรงกับข้อความที่จะเติม ส่วน carry through จะไม่มีความหมายโดยตรงกับโจทย์ที่ให้มา จึงต้องเลือกข้อ c.
ข้อ 46
c. assault d. interfere
Answer a. ความหมายของคำที่นำมาใช้ในส่วนนี้จะต้องแปลว่า “บุกรุก” เพราะในข้อความมีคำว่า “ต่อสู้” (fight) จึงเลือกข้อ a. ส่วนคำว่า “attack” หมายถึง โจมตี คำว่า “assault” หมายถึง โจมตี,ข่มขืน, ทำลาย และคำว่า “interfere” หมายถึง เกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยว
ข้อ 47
c. gives away d. gives up
Answer d. ความหมายที่ได้ในข้อความนี้จะต้องใช้คำศัพท์ที่แปลว่า “ทิ้งไปหรือยุติหรือเลิก” ดังในข้อ d. เพราะว่าหัวใจจะมีหน้าที่นำเลือดที่ดีผลักดันไปสู่การให้ร่างกายได้ใช้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ต่อไป แต่เลือดที่ไม่ดีก็จะถูกนำไปทิ้งหรือฟอกใหม่อีกครั้ง ซึ่งคำตอบจะตรงกับข้อ d. ส่วนคำว่า “give in” หมายถึง ยอมแพ้ คำว่า “give out” หมายถึง ปล่อย หรือแจกจ่าย และคำว่า “give away” หมายถึง ยกให้หรือเสียสละ
ข้อ 48
c. has collected d. has been collected
Answer c. การใช้โครงสร้างในประโยคนี้จะต้องเป็น Present Perfect Tense ที่เป็น Active Voice เพราะเป็นกระบวนการของร่างกายที่ดำเนินเรื่อยมาโดยตลอด โดยที่มีร่างกายโดยตลอด โดยที่มีร่างกาย เป็นผู้กระทำหรือดำเนินการให้อวัยวะต่างๆ ทำงานเรื่อยมา จึงทำให้ต้องใช้ Tense ดังกล่าวนี้ ตัวเลือกที่ได้จึงต้องเป็นข้อ c. เท่านั้น
ข้อ 49
c. in exchange d. changed
Answer c. ความหมายที่ได้ในข้อมูลนี้น่าจะหมายถึง “ในลักษณะเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน” เป็นการใช้โครงสร้างในรูปของวลีในประโยคนี้ จะทำให้ได้ข้อความที่ชัดเจนกว่าการใช้คำเพียงคำเดียว ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจึงต้องทำให้เลือกข้อ c. นั่นเอง
ข้อ 50
c. whole body d. whole bodies
Answer a. ความหมายที่ได้ในประโยคนี้จะบ่งบอกถึงการใช้รูปคำและความหมายที่ชี้เฉพาะเจาะจงว่า “ร่างกายทั้งหมดนี้เท่านั้น” และหมายถึงร่างกายของคนเราเพียงคนเดียว ตัวเลือกที่ดีที่สุดจึงเป็นข้อ a. เท่านั้น
ข้อ 51
c. by way d. by means
Answer b. ความหมายที่เกิดขึ้นในข้อนี้จะหมายถึงการที่ร่างกายน าเลือดไปสู้หัวใจ โดยผ่านเม็ดโลหิตด า เพื่อเป็นการสร้างกลไกและการท างานของโลหิตที่เกิดจากอวัยวะดังกล่าว ท าให้ต้องใช้ค าเชื่อมหรือ Preposi
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ - เฉลยโดยละเอียด Chan Ken
คำศัพท์
| คำศัพท์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| processing | ขบวนแห่ | |
| proceed | ดำเนินการ, การดำเนินการ | |
| process | กระบวนการ | |
| proceeding | การดำเนินการ |
Test on Subject-Verb Agreement
Answer 3
Rule:
Here / There + กริยาผันตาม + นาม
Explanation:
ตอบเอกพจน์ คือ is
Answer 3
Rule:
There + กริยาผันตาม + นาม
Explanation:
ตอบกริยาพหูพจน์ = are เพราะ many flyovers เป็นนามพหูพจน์
Answer 3
Explanation:
คำนามที่เป็นส่วนขยาย (ตกหลัง) v. to be จะต้องมีพจน์สอดคล้องกับ v. to be ด้วย นั่นคือ ถ้า v. to be เป็นกริยาพหูพจน์ คำนามต้องเป็นพหูพจน์ ถ้า v. to be เป็นกริยาเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย “-y” และหน้า “-y” เป็นพยัญชนะ เมื่อเปลี่ยนรูปเป็นคำนามพหูพจน์ต้องเปลี่ยน “y” เป็น “i” ก่อนแล้วจึงเติม “-es” ท้ายคำ เช่น baby -> babies, fly -> flies, story -> stories
Answer 4
Explanation:
การใช้คำกริยาให้สอดคล้องกับประธานนั้น เมื่อประธานเป็นเอกพจน์จะใช้กริยาเอกพจน์ และถ้าประธานเป็นพหูพจน์ก็จะใช้กริยาพหูพจน์ ดังนี้
| ประธาน (S) | กริยา (ปัจจุบันกาล) |
|---|---|
| He, she, it, n. เอกพจน์ (ไม่เติม s) และ n. นับไม่ได้ | is/ has/ does/ v. เติม s |
| You, we, they และ n. พหูพจน์ | are/ have/ do/ v. ไม่เติม s |
| I | am/ have/ do/ v. ไม่เติม s |
Answer 2
Rule:
หากระหว่างประธานตัวแรกและประธานตัวที่สองมีคำต่อไปนี้คั่นอยู่ กริยาและสรรพนามจะต้องผันตามประธานตัวแรก
s.1 + not, and not, but not, with, like, together with, as well as, including, no less than, in addition to + s.2 + v./ pron. ผันตาม s.1
Test on Tense
Answer 1
Explanation:
Present Continuous Tense (S + is, am, are + V. ing) แสดงเหตุการณ์ที่กำลังกระทำอยู่ในขณะที่พูด หรือจากคำบอกเวลา now นั่นเอง
Answer 4
Explanation:
Past Simple (S + v.2) เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต จากคำบอกเวลา Yesterday (เมื่อวาน) ใช้ v.2 คู่ v.2 = didn’t ; wrote
Answer 3
Explanation:
Past Simple ใช้เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต มีรูปประโยค ดังนี้ s. + v.2
Note: adv. ที่มักจะอยู่ในประโยค Past Simple ก็อย่างเช่น (week, month, year). บางครั้งอาจจะมีอนุประโยคบอกเวลากำกับอยู่
Answer 3
Explanation:
Future Simple ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมักมีคำต่อไปนี้ในประโยค เช่น later, tomorrow, next
Rule:
s. + will/shall/be going to + v.1 (ไม่ผัน)
Answer 4
Explanation:
Present Perfect Continuous ใช้ย้ำว่าเหตุการณ์หนึ่งแม้จะเกิดขึ้นในอดีตและสิ้นสุดไปแล้ว แต่เหตุการณ์นั้นได้เกิดต่อต่อกันตลอดเวลามีรูปประโยคดังนี้ s. + have / has + been + v. ing
Test on Auxiliary
Answer 3
Explanation:
B : Because I _________ study here anymore.
Answer 4
Explanation:
การทำกริยาช่วย have to เป็นประโยคปฏิเสธจะต้องใช้ v. to do เข้ามาช่วยเสมอ และ have จะต้องอยู่ในรูปของ v.1
Answer 3
Explanation:
เมื่อใช้ v. to do มาช่วยในประโยคคำถามคือ does แล้วต้องตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เสมอก็คือ belong นั่นคือ does + v.1
Answer 1
Explanation:
กริยาช่วย can และ be able เมื่อทำเป็นประโยคคำถามจะยก can ไว้หน้าประโยคเป็น can I help you? สังเกต can ต้องไม่มี to ตาม can + v.1 แต่โจทย์มี to คาอยู่ ฉะนั้นต้องใช้ be able to แล้วผัน be เป็น am สอดคล้องประธาน I เป็น Am I able to help you ?
Answer 2
Explanation:
กริยาช่วย may หรือ might ใช้แสดงถึงความเป็นไปได้ เช่น He may come (เขาอาจจะมา) เหมือนข้อนี้ว่า จอห์นอาจจะมาแต่ผมไม่แน่ใจแสดงความไม่แน่นอนใช้ may หรือ might
Test on If – Clause
Answer 4
Explanation:
| ประโยคหลัก | ประโยคย่อย |
|---|---|
| เป็นไปได้ในปัจจุบัน s. v.1 (ผันตาม s.) | If s . + v.1 (ผันตาม s.) |
| เป็นไปได้ในอนาคต s. + will/be going to + v.1 (ไม่ผัน) | If s . + v.1 (ผันตาม s.) |
| เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน v. ช่วย เช่น could/would/should/might + v.1 (ไม่ผัน) | If s . + v.2 were *ถ้า v.2 เป็น v. to be ให้ใช้ Were กับ ประธานทุกตัว |
| เป็นไปไม่ได้ในอดีต v. ช่วย เช่น could/would/should/might + have + v.3 | If s . + had + v.3 |
*ไม่ว่า if จะอยู่หน้าหรือกลางประโยค ประโยคหลังที่ติดอยู่ if จะเป็นประโยคย่อยเสมอ
Answer 4
Explanation:
IfS. + v.2, S would v.1
Were to would postpone
Note: ได้อธิบายแล้วอย่าลืมกลุ่มสมมุติ ใช้ were ตลอด
Answer 2
Answer 4
Answer 3
Explanation:
unless = if ....... not
Unless you sign this contact, .....
= If you don’t sign this contract, ......
Test on Subjunctive
Answer 4
Explanation:
| เป็นไปไม่ได้ในปัจจุบัน | s. + wish + (that) + s. + v.2 หรือ were |
| เป็นไปไม่ได้ในอดีต | s. + wish (ed) + (that) + s. had + v.3 |
| เป็นไปไม่ได้ในอนาคต | s. + wish + (that) + s. + would + v.1 (ไม่ผัน) |
Answer 2
Rule:
การใช้วลีต่อไปนี้ ประโยคย่อยจะเป็น S + v.2
s. + v.2
Answer 2
Explanation:
กลุ่มคำยกเว้น ตอบกริยาในรูป infinitive ไม่มี to ในที่นี้ก็คือ กริยาช่องที่ 1 ไม่ผัน เช่น
It is necessary that s. + v.1 ไม่ผัน*
was important
essential
It was necessary that ตอบ attend
Answer 2
Rule:
การใช้ as if หรือ as though ดังนี้
ตรงกับสูตร 1 ตอบ v.2 แต่ต้องเป็น were
Answer 1
Explanation:
God / Long + กริยาช่องที่ 1 ไม่ผัน*
ตอบ save
Test on Adjective
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ - เฉลยโดยละเอียด Chan Ken
Adjective
Keys of Adjective
S + VLK + adj
ไม่ใส่ –ly เป็นคุณทรัพย์ = frightening
ได้แก่ look, feel, seem, appear, remain, smell, taste
someone, something, anyone, anything
no one, nothing, everyone, everything + adj.
เช่น something wrong, someone special, nothing wonderful
คุณศัพท์ขั้นกว่า + than
Later than
Adverb
B : _________.
B : _________.
Keys of Adverb
Bob spoke so boringly that everyone fell asleep.
moving slowly on the floor now
(อย่างช้า ๆ) (บนพื้น) (ในขณะนี้)
close early late long high near direct straight
wrong deep for last loud ill quick slow
tight very fast low first wide fair fine right
always (เสมอ) hardly (เกือบจะไม่) usually (โดยปกติ)
often (บ่อย) seldom (นาน ๆ ครั้ง) normally (อย่างปกติ)
frequently (เสมอ ๆ) rarely (นาน ๆ ครั้ง) never (ไม่เคย)
sometimes (บางครั้ง) scarcely (แทบจะไม่) now and then (บางครั้งบางคราว)
Article
Keys of Article
the sea the countryside the country
the sky the ground the environment
VOCABULARY
Choose the synonyms of the underlined words.
(1) end (2) stop (3) finish (4) start
ถาม งานจะเริ่มต้น ภายใน 2-3 วันข้างหน้า
ตอบ 4 (เริ่มต้น) 1. สิ้นสุด 2. หยุด 3. เสร็จสิ้น
(1) choices (2) surprises (3) correction (4) errors
ถาม สำเนาต้นฉบับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด
ตอบ 4 (ข้อผิดพลาด) 1. ตัวเลือก 2. ความประหลาดใจ 3. ความถูกต้อง
(1) slowly (2) carefully (3) shortly (4) long
ถาม การอ่านคร่าว ๆ คือ การดู อย่างรวบรัด
ตอบ 3 (อย่างรวบรัด) 1. อย่างช้า ๆ 2. อย่างระมัดระวัง 4. ยาว,นาน
(1) warm (2) hot (3) boiling (4) cool
ถาม ฝนตกได้นำเอาลมหนาวมาด้วย
ตอบ 4 (เย็น) 1. อบอุ่น 2. ร้อน 3. เดือด
(1) true (2) false (3) genuine (4) fake
ถาม ฉันคิดว่ามันทำมาจากหนังแท้
ตอบ 3 (แท้) 1. ถูกต้อง 2. ผิด 4. ปลอม
(1) novel (2) attraction (3) tradition (4) subject
ถาม หัวใจหลักจะเป็นเรื่องอะไร
ตอบ 4 (หัวข้อ,เรื่อง) 1. นวนิยาย 2. การดึงดูดความสนใจ 3. ธรรมเนียม
| คำศัพท์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| commence | เริ่มต้น | Work will commence within the next few days. |
| mistakes | ข้อผิดพลาด | The original copy was full of mistakes. |
| briefly | อย่างรวบรัด | To scan is to look briefly. |
| cold | เย็น | The rain brought a cold wind. |
| real | แท้ | I think it is made of real leather. |
| topic | หัวข้อ, เรื่อง | What will be the main topic? |